พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ฟูแล่ม VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ฟูแล่ม VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้

   พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ฟูแล่ม เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม  คราเว่น คอทเทจ ในคืนวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2562 เวลา 19.30 น.ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

02/11/18 แมนฯ ซิตี้ 2-0 ฟูแล่ม ลีก คัพ
15/09/18 แมนฯ ซิตี้ 3-0 ฟูแล่ม พรีเมียร์ลีก
22/03/14 แมนฯ ซิตี้ 5-0 ฟูแล่ม พรีเมียร์ลีก
21/12/13 ฟูแล่ม 2-4 แมนฯซิตี้ พรีเมียร์ลีก
19/01/13 แมนฯ ซิตี้ 2-0 ฟูแล่ม พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ฟูแล่ม VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ฟูแล่ม

   เจ้าถิ่นฟูแล่ม ผลงานค่อนข้างย่ำแย่หลังจากแพ้มา 7 นัดรวด โอกาสในการอยู่รอดบนพรีเมียร์ลีกช่างริบหรี่เหลือเกิน ดังนั้นหากพวกเขาต้องการที่จะอยู่บนลีกสูงสุดต่อในฤดูกาลหน้า จำเป็นจะต้องเก็บคะแนนเพิ่มให้ได้เพื่อต่อลมหายใจ

   ซึ่งสภาพความพร้อมของทีมค่อนข้าจะสมบูรณ์ขาดเพียงมาร์คัส เบตติเนลลี่กับอัลฟี่ มอว์สันที่ยังต้องพักฟื้นหลังจากผ่าตัดที่หัวเข่า

   ทางด้านสก็อตต์ พาร์กเกอร์นายใหญ่เจ้าสัวน่าจะใช้ตัวหลักเดิมที่เล่นในเกมกับหงส์แดงโดยใช้ 3 ตัวรุกอเล็กซานดาร์ มิโตรวิช, ไรอัน บาเบลและฟลอยด์ อายิเต้

   รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ : เซร์คิโอ้ ริโก้, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์, คัลลั่ม แชมเบอร์ส, ทิม รีม, โจ ไบรอัน, อ็องเดร ซัมโบ อ็องกิสซ่า, ฌ็อง มิเชล เซรี่, ทอม แคร์นีย์, ฟลอยด์ อายิเต้, ไรอัน บาเบล, อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

   เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้กำลังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ซึ่งหากพวกเขาเก็บ 3 แต้มในเกมนัดนี้ได้ก็จะกลับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงอีกครั้งและหากซิตี้ชนะเกมนี้จะเป็นการเก็บชัยในลีกเป็นนัดที่ 7 ติดต่อกันอีกด้วย

   สภาพทีมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเกมนี้ค่อนข้างพร้อมมีเพียงเคลาดิโอ บราโว่กับฟาเบียน เดลป์ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บรบกวน ซึ่งคาดว่าแมนฯซิตี้จะจัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม

   นำมาโดย 3 ประสานเกมรุกอย่างเลรอย ซาเน่, ราฮีม สเตอร์ลิ่งและเซร์คิโอ อเกวโร่

   รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ : เอแดร์สัน โมราเอส, ไคล์ วอร์คเกอร์, อายเมริค ลาป๊อร์กต์, จอห์น สโตนส์, เบนฌาแม็ง เมนดี้, เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, แฟร์นานดินโญ่, เลรอย ซาเน่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เซร์คิโอ อเกวโร่

 …

Continue reading

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วิเคราะห์ก่อนเกม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ vs โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วิเคราะห์ก่อนเกม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ vs โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

   ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดบ้านพบกับจ่าฝูง บุนเดสลีกา เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่สนาม เวมบลีย์ ในคืนวันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ เวลา 03:00 น.

สถิติการพบกัน 4 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

   22/11/17 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 1-2 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส

   14/09/17 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส 3-1 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

   18/03/16 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส 1-2 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

   11/03/16 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3-0 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ vs โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

   เจ้าถิ่น ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ รั้งอันดับ 3 บนตาราง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมล่าสุดเปิดบ้านเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ มา 3-1 ส่วนในเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาผ่านเข้ามาเล่นในรอบนี้ในฐานะ รองแชมป์กลุ่ม บี

   สำหรับสภาพทีมเกมนี้ขาด แฮร์รี่ เคน, เดเล่ อัลลี่ และ เบน เดวี่ส์ ที่ยังคงไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ส่วนทางด้าน เอริค ลาเมล่า ต้องรอทดสอบความฟิตก่อน ในขณะที่ เอริค ไดเออร์ ก็มีอาการป่วยคาดว่าจะไม่สามารถลงสนามในเกมนี้ได้

   คาดว่าเกมนี้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือของ สเปอร์ส จะส่ง คริสเตียน อีริคเซ่น, ซอง เฮือง-มิน และ เฟร์นานโด ยอเรนเต้ นำทัพเกมรุก

   รายชื่อนักเตะที่จะลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ : อูว์โก โยริส, คีแรน ทริปเปียร์, ดาวินสัน ซานเชซ, โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ตองเก้น,แดนนี โรส, แฮร์รี วิ้งค์, มุสซา ซิสโซโก้, คริสเตียน อิริคเซน, ซน เฮือง-มิน, เฟร์นันโด ยอเรนเต้

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

   สำหรับทีมเยือน เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จ่าฝูงบนตาราง บุนเดสลีกา เยอรมัน และอดีตแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัยในปี 1996-97 และรองแชมป์อีก 1 สมัยในปี 2012-13

   ดอร์ทมุนด์ ผ่านเข้ารอบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม เอ แต่ผลงานล่าสุดไม่ค่อยดีนักเพราะพวกเขาสะดุดมา 3 เกมติดต่อกัน ล่าสุดเพิ่งจะเปิดบ้านเสมอกับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ มา 3-3

   ลูเซียง ฟาฟร์ นายใหญ่เสือเหลืองประสบกับปัญหาพอสมควรเมื่อจะไม่สามารถใช้งาน มาร์โค รอยส์ กัปตันทีมที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อต้นขา ส่วน ลูคัสซ์ พิสเซ็ค แบ็คขวาก็มีปัญหาอาการบาดเจ็บเช่นกัน ส่วนนักเตะกำลังหลักที่เหลือต่างก็พร้อมลงเล่นในนัดนี้

   รายชื่อนักเตะที่จะลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ : โรมัน บูร์กี้, อัชราฟ ฮาคิมี่, ราฟาเอล เกร์เรโร่, อับดู ดิยัลโล, แดน-อักเซล ซากาดู, อาเซล วิตเซล, โธมัส เดลานีย์, จาดอน ซานโช, แม็กซิมิเลียน ฟิลิปป์, ยาค็อบ บรุนน์ ลาร์เซน, มาริโอ เกิทเช

 …

Continue reading

สิงห์บลู ทำได้ดีที่สุดแค่เฉียด!! เชลซี เปิดรังเจ๊า ทอฟฟี่ 0-0 อดแซงหงส์

สิงห์บลู ทำได้ดีที่สุดแค่เฉียด!! เชลซี เปิดรังเจ๊า ทอฟฟี่ 0-0 อดแซงหงส์

   สิงห์บลู เชลซี ทำได้แค่เจ๊ากับ ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน ไปแบบไร้สกอร์ 0-0 ทั้งๆที่เกมนี้ เชลซี มีโอกาสเพียบแต่ทำไม่ได้ สุดท้ายเก็บได้แค่แต้มเดียวพลาดโอกาสแซง ลิเวอร์พูล ขึ้นนำจ่าฝูงไปอย่างน่าเสียดาย

 สิงห์บลู เชลซี เปิดรังเจ๊า ทอฟฟี่ 0-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชลซี เปิดบ้านพบกับ เอฟเวอร์ตัน ที่สนาม สแตมฟอร์ดบริดจ์ ในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2561

   สำหรับ เชลซี ฟอร์มค่อนข้างดี ชนะมา 5 นัดรวดรวมทุกรายการและยังไม่แพ้ใครในลีก ส่วนทางด้าน เอฟเวอร์ตัน ผลงานก็ไม่ได้น้อยหน้ากันสักเท่าไหร่ เพราะพวกเขาชนะ 3 เกมจาก 4 เกมหลัง

   เริ่มเกมเป็น เอฟเวอร์ตัน ที่ได้ลุ้นก่อนจากเตะมุมทางฝั่งขวา เมื่อผู้เล่น เชลซี เคลียร์ไม่ขาด บอลเลยมาเข้าทาง แบร์นาร์ด จับหนึ่งจังหวะแล้วซัดด้วยขวา บอลพุ่งเฉี่ยวเสาซ้ายมือออกไป

   นาทีที่ 24 เป็นโอกาสของทางด้านเจ้าถิ่นบ้างเมื่อ เชลซี มาได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ อลอนโซ่ รับหน้าที่ปั่นด้วยซ้าย บอลข้ามกำแพงพุ่งหลุดเสาออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

   จากนั้นทั้งสองทีมก็พยายามทำเกมบุกเข้าใส่กัน จนผ่านครึ่งชั่วโมงแรก บอลจะเล่นกันในแดนกลางเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ไม่ค่อยมีจังหวะได้ลุ้นสักเท่าไหร่

   จนกระทั่งนาทีที่ 40 เชลซี เกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ คราวนี้เป็น วิลเลี่ยน โยนบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายให้ อลอนโซ่ ยิงแบบไม่จับ บอลกำลังจะพุ่งเข้าประตูแต่ พิคฟอร์ด กระโดดไปเซฟไว้ได้ทัน ทำให้ เชลซี อดได้ประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0

   เริ่มครึ่งหลัง ลงมาไม่เท่าไหร่ เชลซี ก็บุกเข้าใส่ เอฟเวอร์ตัน ทันที และเกือบจะได้ประตูขึ้นนำเมื่อ อาซาร์ ให้บอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายไปตรงกลางที่ โมราต้า ซัดเต็มเท้า แต่บอลยังไม่ผ่าน พิคฟอร์ด

   นาทีที่ 56 เอฟเวอร์ตัน ก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายโดนบุกอยู่ข้างเดียวเหมือนกัน จังหวะนี้เกือบได้ประตูเมื่อ แบร์นาร์ด พาบอลขึ้นมาทางซ้ายก่อนจะไหลไปให้ กิลฟี่ จับบอลก่อนหนึ่งจังหวะแล้วปั่นด้วยขวาที่ระยะประมาณ 25 หลา บอลพรุ่งไปกลางประตูแต่ เกปา ยังไม่พลาดกระโดดปัดทิ้งมือเดียว

   ถัดมานาทีที่ 60 เชลซี พลาดโอกาสทองอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อ อาซาร์ ไหลบอลไปให้ วิลเลี่ยน หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะซัดไปทางเสาไกล แต่น่าเสียดายที่บอลออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

   หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียง 6 นาที โอกาสงามๆอีกครั้งของ เชลซี ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ได้ประตู เมื่อบอลหลุดไปถึง อลอนโซ่ ซึ่งเจ้าตัวได้จังหวะซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งแรงผ่าน พิคฟอร์ด ไปแล้ว แต่โชคดันไม่เข้าข้าง เมื่อบอลพุ่งไปชนคนเสาอย่างจัง เชลซี ยังคงไม่ได้ประตูขึ้นนำ

   ช่วงท้ายเกมแม้ เชลซี จะมีโอกาสบุกมากกว่าแต่ก็ยังทำอะไร เอฟเวอร์ตัน ไม่ได้ สุดท้ายจบเกม เชลซี เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน ไป 0-0 เก็บเพิ่มได้เพียง 1 คะแนน มี 28 แต้ม อยู่อันดับ 3 ตามเดิม ส่วน เอฟเวอร์ตัน ยังคงรั้งอยู่อันดับ 9 ไม่เปลี่ยนแปลง

 

 …

Continue reading

แมนซิตี้ งานนี้บอกเลยว่าเหนื่อย! หลังเฝ้ารังเฉือน สาลิกาดง หวุดหวิด 2-1

แมนซิตี้ 2-1 สาลิกา

ศึกพรีเมียร์ลีกคู่ระหว่าง เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้  เปิดบ้านพบกับ สาลิกาดง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2561 งานนี้แม้ว่าลูกทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ จะเอารถบัสมาจอดขวางหน้าประตูเอาไว้เล่นเอา แมนซิตี้ ต้องเหนื่อยออกแรงอยู่นานกว่าจะเจาะประตูได้ เฉือนเอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-1

สำหรับพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงเล่นมา 3 นัดยังไม่แพ้ใครเก็บไปได้ 7 แต้ม ส่วนทางฝั่งทีมเยือน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ลงเล่นมาทั้งหมด 3 นัดเช่นกันแต่ยังชัยชนะไม่เจอ มีตุนในกระเป๋าเพียงแต้มเดียวเท่านั้น

เกมในวันนี้ แมนซิตี้เปลี่ยน 3 ตำแหน่งจากนัดบุกเสมอ วูล์ฟส์ โดยพักกอมปานี, กุนโดกัน และ แบร์นาร์โด้
แล้วส่งมาห์เรซ, สโตนส์ และ เชซุส ลงเป็นตัวจริงแทน ส่วน สาลิกาดง เปลี่ยนทีมถึง 7 ตำแหน่งด้วยกัน

แมนซิตี้ คุมเกมไว้ได้และขึ้นนำก่อน แต่โดนสวนทีเดียวจอด

เริ่มเกมแมนซิตี้บุกจากซ้ายไปขวา และได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 4 จากการสวนกลับเร็ว แฟร์นานดินโญ่ จ่ายบอลออกขวาให้ มาห์เรซ ลากตัดเข้าในแล้วซัดด้วยซ้าย บอลผ่านเสาแรกออกไป จากนั้นอีกไม่นาน ซิตี้ ทำเกมบุกขึ้นมาอีกครั้ง และครั้งนี้ก็เป็นประตูซะด้วย

นาทีที่ 8 ลาสเซลส์ พลาดเสียบอลในแดนตัวเองถูกฉกไปได้ บอลไปถึง เมนดี้ จ่ายต่อให้ สเตอร์ลิ่ง ลากตัดเข้าเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนยิงตูมด้วยขวา บอลพุ่งหนีมือ ดูบราฟก้า เสียบเสาสองเข้าประตูไปอย่างหมดจด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำเร็ว 1-0

นาทีที่ 16 ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่บุกเข้าใส่ จังหวะนี้เป็น แฟร์นานดินโญ่ จ่ายไปให้ อเกวโร่ พลิกบอลก่อนหนึ่งจังหวะแล้วค่อยซัดด้วยขวาแถวๆหน้าหัวกระโหลกแต่น่าเสียดายที่บอลโค้งไม่พอเฉี่ยวเสาขวาออกไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด

เรือใบสีฟ้ายังคงกดสาลิกาดงไว้ได้อยู่หมัด นาทีที่ 27 แมนซิตี้ได้ลุ้นประตูอีกครั้งจากลูกฟรีคิกข้างกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ซิลบา เปิดบอลโค้งมาถึง เชซุส ลอยโขกบอลกดลงพื้นแต่ ดูบราฟก้า พุ่งไปคว้าไว้ได้ช่วยให้นิวคาสเซิลไม่เสียประตูที่สอง

แต่แล้วนาทีที่ 30 กลับกลายเป็นว่าสาลิกาดงที่ใช้โอกาสไม่เปลือง เพราะได้สวนเพียงครั้งเดียก็ตูมเป็นประตูในทันที จากบอลยาวทิ้งไปแดนหน้าให้ เคเนดี้ เกี่ยวลงแล้วจ่ายต่อให้ รอนดอน เลี้ยงจี้เข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะจ่ายทะลุไปเสาไกลให้ เย่ดลิน วิ่งมาชาร์จจ่อๆไม่เหลือ นิวคาสเซิล ตีเสมอจนได้ 1-1

เรือใบสีฟ้า ที่คุมไว้ได้อย่างหมดจด ชนะไป 2-1

ครึ่งหลังเกมยังคงเป็นของแมนซิตี้ที่คุมไว้ได้อย่างหมดจด แทบจะพับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียว สุดท้ายความพยายามก็มาผลิดอกออกผลได้ในนาทีที่ 52 เมื่อ อเกวโร่ ให้บอลไปที่ ไคล์ วอล์คเกอร์ จัดการสับด้วยด้วยขวาบอลพุ่งหนีมือ ดูบราฟก้า เสียบมุมเสาสองเข้าไปตุงตาข่าย นี่ยังเป็นลูกแรกของ วอล์คเกอร์ กับ เรือใบ อีกด้วย แมซิตี้ นำอีกครั้ง 2-1

เกมหลังจากนั้นแม้ว่าเจ้าถิ่นจะได้เปรียบเพราะนำอยู่ แต่ก็ไม่ได้ผ่อนเกมลงแต่อย่างใด ยังคงพยายามหาประตูที่สามต่อ และกดทีมเยือนซะจนแทบจะโงหัวไม่ขึ้น จบเกม แมนซิตี้ เอาชนะนิวคาสเซิลไป 2-1

 …

Continue reading